ivcqexazคานาสือตอนที่ 3

เพราะมีวิวให้ถ่ายจนเพลิน ผมเองก็ไม่ไปไม่ค่อยเยอะครับ ประมาณ พันว่าภาพครับ หลังจากเที่ยวเสร็จก็ออกจากอุทยาน เพื่อเดินทางกลับสู่เมืองอูรูมูฉีครับ การเดินทางกลับเมืองอูรูมูฉี เรานั่งเครื่องกลับ จากเมืองอัลไต ซึ่งมีภูเขาอัลไต ทอดตัวยาว ภูเขาอัลไตมีแร่ทองคำจึงได้ชื่อว่า อัลไต และยังเป็นแหล่งขุดทองที่นักลงทุนต่างถิ่นเข้ามาลงทุนครับ เมื่อมาถึงเมืองอูรูมูฉี คณะผมเข้าพัก

โรแรมระดับ 5 ดาวครับ คืนนี้ทั้งคณะได้นอนกับแบบเต็มที่ เพราะภายในโรงแรมที่เครื่องอำนวยความสะดวกเต็มที่ ไม่เหมือนที่ผ่าน ๆ มา อาหารการกินที่เมืองนี้ก็อุดมสมบูรณ์กว่าในส่วนตัวเมืองอูรูมูฉี เรายังมีที่เที่ยว เขาเทียนซานทะเลสาบเทียนฉือครับ เป็นภูเขาทีมีหิมะปกคลุมตลอดปี และยังได้นั่งเรือชมทะเลสาบเทียนฉือด้วยครับ ก่อนกลับเรายังได้ไปเทียวที่ตลาดบาร์ซาร์ เป็นตลาดพื้นเมืองที่เป็นสัญลักษณ์ของอูรูมูฉี จำหน่ายสินค้าพื้นเมือง ที่เมืองต่าง ๆในประเทศจีนไม่มีขาย

รวมทั้งสารพัดผลไม้แห้ง ไม่ว่าจะเป็น อัลมอนด์, วอลนัท, กีวีอบแห้ง, ลูกเกด (ขอบอกว่าถูกมากครับ) ฯลฯ เครื่องดนตรีพื้นเมืองก็น่าสนใจครับ รวมทั้งเครื่องทองเหลือง ไม่ว่าจะเป็นแจกัน, กาน้ำชา ฯลฯ ให้พวกเราช้อปกันอย่างจุใจ (แต่ต้องระวังเรื่องน้ำหนักนะครับ เพราะสายการบินไม่ให้เกิน 20 ก.ก.) สำหรับการเดินทางท่องเทียวมณฑล ซินเจียง เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติ, และชอบผจญภัย ต้องเข้าใจสภาพความเป็นอยู่ของแต่ละท้องที่ครับ แล้วท่านจะประทับใจกับ คานาส หรือ คานาสือครับ

bveslvคานาสือตอนที่ 2

ความงามก็จะแตกต่างกันครับ ตนไม้ระหว่างทางที่เข้าหมู่บ้าน ช่วงกลางเดือนกันยายน-ตุลาคม ต้นไม้เปลี่ยนสี่ครับ สุดยอดการบรรยายครับ การเที่ยวชมจุดที่สามารถมองเห็นหมู่บ้านในสายหมอก ต้องขี่ม้าขึ้นจุดชมวิวครับ สะดวกสุดได้บรรยากาศครับ สำหรับท่านทีต้องการเดินขึ้นจุดชมวิวก็ได้ครับแต่เหนื่อยหน่อยครับ ระหว่างทางยังผ่านสายน้ำเล็ก ๆ ซึ่งมีต้นไม้เปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามครับ

หลังจากที่เราเก็บภาพกันเรียบร้อย ก็เดินทางต่อครับ เข้าสู่ อุทยานคานาส ซึ่งอยู่เหนือสุดของมณฑลซินเจียงครับ เป็นทะเลสาบที่สวยงามไม่แพ้จิ่วจ้ายโกวครับ สถานที่ที่มีชื่อเสียง คือ ทะเลสาบพระจันทร์เสี้ยว, ทะเลสาบมังกรหลับ, ทะเลสาบเทวดา, จากนั้นก็ล่องเรือในทะเลสาบคานาสือ เป็นทะเลสาที่มีเนื้อที่กว้างมากครับ ความลึกเฉลี่ยเกือบ 100 เมตรครับ น้ำในทะเลสาบที่เขียวมรกตใสมาก ๆ ต้น หยางก็เปลี่ยนสีจากเขียวเป็นเหลืองตามภูเขาล้อมรอบทะเลสาบ บนยอดเขายังปกคลุมไปด้วยหิมะ

เสร็จจากล่องทะเลสาบเรียบร้อยแล้ว ถ้าวันนี้เวลาไม่พอ เราสามารถเข้ามาเที่ยวได้อีกในวันรุ่งขึ้น เพราะยังมีอีก 1 จุด คือศาลาชมปลา เราต้องขึ้นบันไดเพื่อไปสู่ศาลา บันได้ก็ไม่เยอะครับ ไม่กี่ร้อยขั้น แต่รับรองว่าไม่เหนื่อย ลมดีอากาศดีครับ ระหว่างทางที่จะขึ้นสู่ศาลา เราจะเห็นทะเลสาบที่ไปล่องมาครับ สีฟ้าตัดกับต้นหยางสีเหลือง ส่วนอีกฝั่งก็จะเห็นเป็นภาพภูเขาหิมะ ขอบอกว่าสำหรับนักบันทึกภาพต้องเตรียม ฟิลม์ หรือ เมโมรี่ ที่มีหน่วยความจำไปเยอะ ๆ นะครับ

sfedcztคานาสือ ตอนที่ 1

คานาสือ” หรือ “คานาส” ชื่อนี้อาจจะไม่คุ้นหูเท่าไหร่ เพราะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เพิ่ง จะมีการประชาสัมพันธ์ได้ประมาณ 3-4 ปี ที่ผ่านมา บางท่านถามว่าอยู่ที่ไหน เดินทางอย่างไร น่าไปเที่ยวหรือเปล่า เป็นสถานที่เที่ยวแบบไหน ใช้เวลากี่วันในการเที่ยว แต่ถ้าบอกว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ในประเทศจีน มณฑลซินเจียง บางท่านก็ยังอาจจะไม่รู้จัก เพราะส่วนใหญ่การไปท่องเที่ยวที่ประเทศจีน ก็จะไปปักกิ่ง, เซี่ยงไฮ้, คุนหมิง, กุ้ยหลิน, ซัวเถา, กวางเจา,

ซีอาน, เจิ้งโจว, ชิงเต่า, จี๋หนาน, หรือเส้นที่ลำบากหน่อยก็จะเป็น เฉิงตู จิ่วจ้ายโกว, เส้นทางสายไหม, ทิเบต แต่สำหรับเส้นทางนี้เป็นเส้นทางใหม่ สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยอย่างบ้านเรา และเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบธรรมชาติ และวัฒนธรรมของชนกลุ่มน้อย แต่ถ้าใครที่ต้องการจะไปเที่ยวแล้วต้องการที่จะไปช้อปปิ้ง ก็ไม่แนะนำให้ไป และการไปเส้นทางนี้ก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับ วัฒนธรรมการกินท้องถิ่น

เดินทางมาถึงเมืองคานาสือ ก่อนเข้าอุทยานได้แวะไปเที่ยวที่ หมู่บ้านเหอมู่ เป็นหมู่บ้านที่อยู่ในหุบเขามีลักษณะเหมือนเมืองในสายหมอก เป็นชนกลุ่มน้อยชาวถู่หว่า นักท่องเทียวที่ชอบบันทึกภาพก็จะมาพักแรมที่นี่ เหมือนโฮมสเตย์ครับ แต่สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยผมไม่แนะนำให้ไปพักครับ เพราะสิ่งอำนวยความสะดวกแล้วก็เรื่องอาหารการกินยังไม่พร้อมครับ แต่สำหรับภาพเมืองในสายหมอกรับรองครับว่า สวยจับใจครับ ช่างภาพบางคนถ่ายภาพจากที่นี่แล้วก็ส่งประกวดได้รับรางวัลครับ ถ่ายทั้ง 4 ฤดูของจีน ครับ

vbhsdujเกาะไหหลำ คือมณฑลของสาธารณรัฐประชาชนจีนที่มีขนาดเล็กที่สุด ตั้งอยู่ทางใต้สุดของประเทศจีน ประกอบด้วยเกาะหลายเกาะ โดยที่เกาะที่ใหญ่ที่สุดคือเกาะไหหลำ มีพื้นที่ 3.4 หมื่นตาราง กิโลเมตร เทียบเท่าเกาะไต้หวันที่มีพื้นที่ 3.6 หมื่นตารางกิโลเมตรรอบเกาะยาว 1,528 กม. อยู่ในเขตร้อนชื้นทางตอนใต้สุดของประเทศจีน ใกล้กับเวึยตนาม ในสมัยโบราณเรียกเกาะไหหลำว่า ตันเอ๋อ มีคนอาศัย 8 ล้าน กว่าคน เมื่อชาวจีนพูดเกี่ยวกับ “ไห่หนาน” ในภาษาจีน มักจะหมายถึงเฉพาะเกาะไหหลำ เมื่อพูดถึงมณฑลไหหลำจะใช้คำว่า “ไห่หนานเฉิ่ง” เมืองหลวงคือ เมืองไหโข่ว

ทัศนียภาพของเกาะไหหลำรายล้อมท้องทะเลสีครามแห่งทะเลจีนใต้และเต็มไปด้วยความเป็นธรรมชาติของเมืองเขตร้อน ชาวจีนจากแผ่นดินใหญ่ต่างมุ่งลงมาสู่แผ่นดินเล็กๆ แห่งหนึ่งในทะเลจีนใต้ ซึ่งถือเป็นผืนแผ่นดินใต้สุดของประเทศ เพื่อแสวงหาความสุขในช่วงวันหยุดพักผ่อนหรือช่วงที่ฤดูหนาวมาเยือนจับใจ ท้องทะเลและหาดทรายขาวสะอาดอันกว้างไกล ณ เกาะไหหลำ ก็เปรียบดั่งสวรรค์ของชาวจีนอย่างแท้จริง โดยทางรัฐบาลจีนเองก็ได้เร่งพัฒนาการท่องเที่ยวของเกาะไหหลำให้สมกับที่ได้ชื่อว่าเป็น “ฮาวายแห่งเอเชียตะวันออก“ เกาะไหหลำ …คือดินแดนสุดขอบ ฟ้าทะเลใต้ ซึ่งคนจีนถือว่าเป็นสุดชายแดนทะเลตอนใต้ของอาณาจักรโอรสแห่งสวรรค์ หลุดออกจากดินแดนนี้ไปอำนาจมังกรไม่สามารถคุ้มครองชาวจีนได้

ตำนานหรือนิทาน “เกาะไหหลำ” เพราะว่าเกาะไหหลำ เกิดขึ้นจากภูเขาไฟระเบิด แยกตัวออกมาจากแผ่นดินใหญ่ จึงมีนิทานพื้นบ้านตำนานของเกาะนี้ เล่ากันมาว่า “นานมาแล้ว เทพธิดาภูเขาไฟ เดินทางมาถึงที่นี่ พระนางมองเห็นแต่ความมืด ความ หนาวและความเงียบเหงาที่สุดในโลก ดังนั้น เทพธิดาภูเขาไฟ ต้องการให้ แผ่นดินนี้มีชีวิตและมีชีวา พระนางจึงเด็ดนัยตาสองข้างของเธอ ขว้างออกไป ข้างหนึ่งเป็นดวงอาทิตย์ อีกข้างเป็นดวงจันทร์ น้ำนมของพระนางที่บีบคั้นออกมาจึง กลายเป็นแผ่นดินไห่หนาน บนเกาะสุดท้ายแห่งทะเลตอนใต้ จึงเต็มไปด้วยแสงแดดและอากาศบริสุทธิ์ น้ำทะเลเขียว พื้นทรายขาว แผ่นดินอุดม น้ำสมบูรณ์ เหมือนเมืองแคว้นแดนสวรรค์ ที่พระนาง เคยประทับมา”

jkvkdcวัดหนานซัน เป็นสวนพุทธธรรมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน มาถึงวัดหนานซันแล้วจะต้องมารสักการะเจ้าแม่กวนอิม ซึ่งมีความสูงถึง 108 เมตร ตั้งตระหง่านอยู่กลางทะเล ชาวไหหลำเชื่อกันว่า หลังจากได้มีการริเริ่มสร้างเจ้าแม่กวนอิมองค์นี้ทำให้เกาะไหหลำรอดพ้นจากพายุขนาดใหญ่มานับแต่นั้น ในแต่ละปีบรรดาพุทธศาสนิกชนจะหลั่งไหลกันเข้ามามาสักการะเจ้าแม่กวนอิม เพื่อชำระจิตใจให้สะอาดผ่องใส่ เป็นศิริมงคลแก่ตัวเอง และเพื่อความสบายใจ

“วัดหนานซัน” ถือเป็นวัดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของเกาะไห่หนาน ตั้งอยู่บริเวณทางทิศตะวันตกของเขาหนานซาน เมืองซานย่า มีพื้นที่กว่า 40,000 ตารางเมตร ล้อมรอบภูเขาหนานซานที่มีความสูงถึง 500 กว่าเมตร

จากประวัติความเป็นมาอันเก่าแก่ยาวนานและศักดิ์สิทธิ์ของวัดแห่งนี้บนเกาะไห่หนาน จนมีคนเปรียบเปรย “วัดหนานซัน” ว่า “อายุยืนเท่าเขาหนานซาน” หากใครได้มาสักการะ ณ วัดแห่งนี้ก็จะมีอายุยืนยาวดังความศักดิ์สิทธิ์ของวัด นั่นเอง

วัดแห่งนี้มีจุดเด่นที่สำคัญก็คือ “องค์เจ้าแม่กวนบนทะเล” ประดิษฐาน ณ เกาะกลางทะเล เป็นองค์เจ้าแม่กวนอิมที่หันพระพักตร์ 3 ด้านองค์แรกของโลก มีความสูงประมาณ 108 เมตร โดยมีเรื่องเล่าจากคนท้องถิ่นกล่าวว่า สมัยก่อนเมืองซานย่าจะมีพายุและมรสุมทางทะเลอย่างหนักและบ่อยครั้ง แต่หลังจากได้จัดสร้างองค์เจ้าแม่กวนอิมแล้วเสร็จก็ไม่เคยเกิดภัยพิบัติทางทะเลอย่างหนักอีกเลย สร้างความอัศจรรย์ใจและความเลื่อมใสศรัทธาแก่คนท้องถิ่นเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้วัดหนานซันยังเปิดโรงแรมระดับห้าดาวและภัตตาคารอาหารเจไว้คอยต้อนรับแขกชั้นสูงอีกด้วย เมื่อออกจากวัดหนานซันผมมุ่งหน้าต่อไปยัง “The End of the Earth” สถานที่ท่องเที่ยวบนตำแหน่งผืนแผ่นดินสุดท้ายของประเทศจีน เป็นบริเวณหาดทรายขาวละเอียด ไกลออกไปจะมองเห็นเป็นกลุ่มหินก้อนขนาดใหญ่บนหาดทราย นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะมาเก็บภาพเป็นที่ระลึกว่าตนเองได้มายืนอยู่บนสุดขอบฟ้าของจีนแล้ว

ifjvbccdลู่หุยโถว” หรือ อนุสาวรีย์กวางเหลียวหลัง เป็นจุดชมวิวของเมืองซันย่า คุณจะเห็นทัศนียภาพ ความเจริญของเมืองทั้งหมดจากบนภูเขาสูงแห่งนี้ ซึ่งตอนคุณอยู่ด้านล่างจะไม่รู้เลยว่า เมืองเล็กๆ เช่นนี้จะมีความใหญ่โตถึงเพียงนี้ ตึกสูงใหญ่แฝงตัวปะปนอยู่กับขุนเขา แสงแดดยามอัสดงเลียไล้ไปกับเรือสินค้าลำเล็กๆ ไปจนถึงลำใหญ่ขนาดมหึมาที่จอดเทียบท่าอยู่ในอ่าวท่าเรือน้ำลึกอันเงียบสงบ และแล้วสีส้มเข้มก็ค่อยๆ ย้อมท้องฟ้าสีครามก่อนรัตติกาลจะมาเยือน แม้ยามอัสดงในแต่ละที่จะมีความสวยงามแตกต่างกัน แต่พระอาทิตย์จมหายไปกับผืนทะเลที่ซันย่าก็ไม่ได้สวยงามแพ้ที่ใดๆ เลย

ซานย่า ลู่หุยโถว เกสต์เฮ้าส์แอนด์รีสอร์ท เป็นจุดเริ่มต้นการเดินทางที่ดีเยี่ยมใน ซานย่า ด้วยทำเลที่ตั้งอันเหมาะเจาะใน ย่านต้าตงไห่ จากที่นี้ ผู้เข้าพักสามารถไปยังทุกที่ในเมืองอันมีชีวิตชีวานี้ได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งยังอยู่ใกล้ หอประชุมวิทยาศาสตร์ไห่หนานไฮรันเพิร์ล, สวนลูหุยตัว, เกาะนานวันมังกี้ อีกด้วย

ซานย่า ลู่หุยโถว เกสต์เฮ้าส์แอนด์รีสอร์ท ยังมีสิ่งอำนวยสะดวกมากมายที่เพิ่มคุณค่าให้การเข้าพักของคุณใน ซานย่า ผู้เข้าพักสามารถเพลิดเพลินไปกับ ร้านอาหาร, บาร์ริมสระน้ำ, Wi-Fi ในพื้นที่สาธารณะ, ห้องพักชั้นพิเศษ, ร้านค้า เมื่อเข้าพักในที่พักที่ยอดเยี่ยมแห่งนี้

สัมผัสประสบการณ์จากสิ่งอำนวยความสะดวกคุณภาพสูง รวมถึง อ่างอาบน้ำ, เครื่องเล่นดีวีดี/ซีดี, ที่รองรีด, โทรทัศน์, เครื่องปรับอากาศ ที่ช่วยเติมพลังให้คุณหลังจากวันที่แสนยาวนาน ทางโรงแรมมีสิ่งอำนวยความสะดวกทางนันทนาการไว้ให้บริการอย่างครบครัน รวมถึง ชายหาดส่วนตัว, จาคุซซี, ห้องฟิตเนส, สระว่ายน้ำกลางแจ้ง, สวน หากคุณกำลังมองที่พักที่สะดวกสบายใน ซานย่า เลือก ซานย่า ลู่หุยโถว เกสต์เฮ้าส์แอนด์รีสอร์ท เป็นบ้านหลังที่สองของคุณ

orckdofsdเมืองซันย่า

ซันย่าเป็นเมืองที่อยู่ใต้สุดของจีนและเป็นเมืองริมทะเลแห่งเดียวที่ตั้งอยู่ในเขตโซนร้อนของจีน และเป็นเมืองท่าสำคัญในการท่องเที่ยว เกาะไหหลำ เหมือนพัทยา หัวหินของไทย นอกจากนี้ยังเคยเป็นสถานที่จัดประกวด Miss World มาแล้ว รวมทั้งทางการจีนได้ก่อสร้างสถานที่จัดประชุมผู้นำเศรษฐกิจ CEO Forum อย่างถาวรไว้ที่นี่ ซึ่งจะมีการประชุมทุกปีอีกด้วย เมืองซันย่า มีหาดทรายขาวสะอาดงดงาม อาทิ หาดต้าตงไห่ หาดยี่หัวหยวน หาดย่าหลง ซึ่งเป็นแหล่งของทรายที่ถูกนำไปผลิตแก้วคุณภาพดีที่สุดในประเทศจีน และยังเพียบพร้อมไปด้วยอากาศอันบริสุทธิ์ อาหารทะเลเลิศรส เมืองซันย่ามีแหล่งท่อง

เที่ยวหลายแห่ง เช่น ไปฟังเสียงระฆังวัดที่ หนันซัน ซึ่งเป็นวัดที่อยู่ใต้สุดของจีน ไปชมวิวที่สวยงามสุดขอบฟ้า ไปดำน้ำในทะเลจีนใต้ เลือกซื้อศิลปหัตถกรรมของชาวชนชาติหลีซึ่งเป็นชาวท้องถิ่นดั้งเดิมของไหหลำ ยามพลบค่ำ บาร์เบียร์ริมทะเลเริ่มคึกคักดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งหลายให้ออกมานั่งเล่น

เมืองซันย่า (Sanya) ชาวซันย่าส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามเพราะว่าในอดีตเมื่อประมาณ 700 ปีก่อน มีพ่อค้าชาวอาหรับทำเรืออับปางบริเวณนี้ จึงต้องสร้างหลักสร้างฐานอยู่ที่นี่จนกลายเป็นบรรพบุรุษของชาวซันย่านับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แต่คนอิสลามที่นี่ก็ไม่ได้หน้าตาแตกต่างจากชาวจีนทั่วไป เนื่องจากรัฐบาลจีนกำลังเร่งประชาสัมพันธ์และพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากต่างชาติเข้ามาให้มากขึ้น มีการวางผังเมืองที่ดีไม่ดูเละเทะหรือกระจัดกระจาย และยังมีโรงแรมอีกมากที่ยังอยู่ในขั้นตอนการสร้าง

เมืองซันย่ามีแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่ง เช่น ไปฟังเสียงระฆังที่วัด หนานซัน ซึ่งเป็นวัดที่อยู่ใต้สุดของจีน ไปชมวิวสวยงามที่ “สุดขอบฟ้า” ไปดำน้ำในทะเลจีนใต้ เลือกซื้อศิลปหัตถกรรมของชาวชนชาติหลีซึ่งเป็นชาวท้องถิ่นดั้งเดิมของไหหลำ ยามพลบค่ำ บาร์เบียร์ริมทะเลเริ่มคึกคักดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งหลายให้ออกมานั่งเล่น

icsgdrfเขตอนุรักษ์ธรรมชาติย่าดิง เป็นที่เรียกขานกันว่า “หุบเขาพระจันทร์สีน้ำเงิน” ของเมืองจงเตี้ยน ตั้งอยู่ใกล้กับแชงกรีลา เป็นหุบเขาสูงเกิน 4,000 เมตร มีหิมะปกคลุมเกือบทั้งปี

เขตอนุรักษ์ธรรมชาติย่าดิง” (Yading) หรือที่เรียกขานกันว่า “หุบเขาพระจันทร์สีน้ำเงิน” จากจงเตี้ยน ต้องผ่านเส้นทางเซียงเฉิง-ต่าวเฉิง ห่างจากเมืองต่าวเฉิงประมาณ 100 กิโลเมตร สูงเหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 3,600 เมตร มหัศจรรย์ใจกับการชมผืนป่าที่มีใบไม้เปลี่ยนสี ผืนหญ้าดารดาษไปด้วยดอกไม้ป่าสดสวย ลำธารใสไหลเย็น และภูเขาหิมะขาวโพลน ธารน้ำแข็งบนโตรกผาแม่น้ำแยงซีที่สูงที่สุดในโลก โดยใช้ม้าเป็นพาหนะเดินทางเพื่อชื่นชมทัศนียภาพที่ยากจะลืมได้ลง

หุบเขาพระจันทร์สีน้ำเงินเป็นหุบเข้าที่มีตวามสวยงาม ล้อมรอบด้วย ทะเลหุบเขาถึง 360 องศา และบริเวณไกลออกไปจะมี ป่าไม้ที่มีใบไม้เปลี่ยนสี ผืนหญ้าดารดาษไปด้วยดอกไม้ป่าสดสวย ลำธารใสไหลเย็น ภูเขาหิมะที่ขาวโพลน ต้นกุหลาบพันปีเรียงราย และธารน้ำแข็งบนโตรกผาแม่น้ำแยงซีที่มีความสูงมากจากระดับน้ำทะเลนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางขึ้นสู่ยอดสูงสุดของหุบเขาพระจันทร์สีน้ำเงินโดยขึ้นกระเช้าไป 2 ช่วงโดยจุดเปลี่ยนกระเช้าจุดแรก จะมีศูนย์ท่องเที่ยวหุบเขาพระจันทร์สีน้ำเงิน พอมาถึงจุดปลี่ยนกระเช้าจุดที่ 2 ก็จะมีหมู่บ้านชาวธิเบตที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ โดยรอบ

หุบเขาพระจันทร์สีน้ำเงิน สามารถเดินทางขึ้นไปชมหิมะได้ในฤดูหนาวจนถึงต้นเดือน พฤษภาคม หลังจากนั้นหิมะจะเริ่มละลาย จากนั้นต้นกุหลาบพันปี ซึ่งบานเพียงปีละครั้ง จะเริ่มผลิดอกในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม

olhbkgวัดซงซานหลิน (Songzanlin)

วัดซงซานหลินเป็นวัดใหญ่ที่สำคัญของเมืองจงเตี้ย วัดแห่งนี้ห่างจากเมืองจงเตี้ยนไปทางเหนือประมาณ 5 กิโลเมตร สร้างในสมัยทะไลลามะองค์ที่ 5 ในช่วงศตวรรษที่ 18 สมัยจักรพรรดิ์คังซี แห่งราชวงศ์ชิง และมีการสร้างในลักษณะจำลองแบบจากพระราชวังโปตาลา (Potala) ในกรุงลาซา (Lhasa) และนอกจากนี้ยังเป็นวัดนิกายลามะแบบธิเบตที่ใหญ่ที่สุดในมณฑลยูนนานซึ่งมีอายุที่เก่าแก่กว่า 300ปี และในช่วงเทศกาล ชาวทิเบตส่วนใหญ่ ก็จะนิยมการเต้นระบำหน้ากากและเป่าแตรงอนซึ่งเป็นการละเล่นที่อยู่ในช่วงเทศกาล สำคัญต่างๆของวัด รวมถึงประเพณีต่างๆ ที่ชาวทิเบตได้อนุรักษ์ไว้ ณ วัดซงซานหลินแห่งนี้

วัดซงซานหลิน เป็นวัดธิเบตนิกายเกลูที่จำลองพระราชวังเมืองลาซาบางจึงเรียกว่า Little Potala – โปตาลาน้อย ตามข้อมูลยังบอกอีกว่าสร้างเมื่อ ค.ศ 1679 เลือกสถานที่ก่อสร้างด้วยทะไลลามะองค์ที่ 5 วัดนี้ใหญ่โตและตั้งอยู่ในทำเล ที่สามารถมองเห็นได้ง่ายๆจากเมืองจงเตี๋ยน โดยที่เฉพาะจากที่พักของเราสามารถมองเห็นได้ชัดเจนจากหน้าต่าง พวกเราเดินทางไปท่องเที่ยววัดซงซานหลินในตอนเช้า นักท่องเที่ยวอุ่นหนาฝาคลั่ง  เพราะเจอคนไทยเยอะมาก พวกเรารู้สึกอบอุ่นมากกว่าอึดอัด สงสัยเพราะเราท่องเที่ยวมาเกือบสิบวัน ครั้นพอมาเจอคนพูดภาษาเดียวกันเยอะๆ ก็รู้สึกสบายใจซะงั้น ทั้งๆที่ไม่ได้รู้จักหรือทักทายกันเลย ตอนเช้าบรรดาพระเดินออกมาเต็มลานวัด เพราะถึงเวลาเสียงกลองดังทุกคนก็วิ่งเข้าโบส เพื่อสวดมนต์ตอนเช้าลานวัดจึงเริ่มโล่งถือเป็นสองบรรยากาศที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

yarweวัดป่าเจ (วัดป่าเชต์มหาราชฐาน) วัดแห่งนี้เป็นศูนย์กลางของพระพุทธศาสนาในเมืองเชียงรุ่งเลยก็ว่าได้ เพราะเป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดเป็นเหมือนวิทยาลัยสงฆ์ในเมืองเชียงรุ่ง ด้วยในอดีตนั้น ชาวเชียงรุ่งนิยมส่งลูกชายเข้ามาบวชเรียนตั้งแต่เล็กๆ โดยบวชเณรเรียกว่าบวชลูกแก้ว และเมื่ออายุครบบวชก็จะต้องบวชเรียนศึกษาพระธรรมเสียก่อนจึงจะได้เป็นที่ยอม รับจากสังคม ซึ่งก็คงเหมือนกับความเชื่อของคนไทยในอดีต แต่ปัจจุบันสภาสังคมเปลี่ยนแปลงไป ลูกผู้ชายชาวเชียงรุ่งก็อาจให้ความสนใจกับการทำมาหากินจนเมืองการบวชเรียน เป็นเรื่องที่ไม่สำคัญนัก ภายในวัดมีเจดีย์ขาว องค์จำลอง และเจดีย์แปดเหลี่ยม เป็นที่เคารพสักการะของชาวไทลื้ออย่างมาก นอกจากนั้นอุโบสถของวัดป่าเจศิลปะแบบไทลื้อก็ยังสวยงามมากอีกด้วย

วัดป่าเจเป็นศูนย์กลางด้านวัฒนธรรมพุทธศาสนาของสิบสองปันนา เป็นดินแดนแห่งความศักดิ์สิทธิ์พุทธศาสนาของชนชาติไต วัดป่าเจยังเป็นวัดที่มีชื่อเสียงโด่งดังของพุทธศาสนา นอกจากลือชื่อลือนามภายในประเทศ ยังมีชื่อเสียงไปยังเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย สิ่งปลูกสร้างที่สำคัญของวัดป่าเจมีวิหารใหญ่สำหรับการไหว้พุทธ ห้องศีล ตึกกุฎิเจ้าอาวาสและสถาบันพุทธศาสนา

วัดป่าเจเป็นศูนย์กางด้านวัฒนธรรมพุทธศาสนาของสิบสองปันนา เป็นดินแดนแห่งความศักดิ์สิทธิ์พุทธศาสนาของชนชาติไต วัดป่าเจยังเป็นวัดที่มีชื่อเสียงโด่งดังของพุทธศาสนา นอกจากลือชื่อลือนามภายในประเทศ ยังมีชื่อเสียงไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย สิ่งปลูกสร้างที่สำคัญของวัดป่าเจมีวิหารใหญ่สำหรับการไหว้พุทธ ห้องศีล ตึกกุฏิเจ้าอาวาสและสถาบันพุทธศาสนา